ชุด Men Of Lions
ขอรักรัฐภูมิ – ขอรักครั้งที่ หก 1

ขอรักรัฐภูมิ – ขอรักครั้งที่ หก 1

ปาลีก้าวออกจากห้องนอนพร้อมชุดทำงานทะมัดทะแม่งแต่เช้าตรู่ แม้ร่างกายจะยังอ่อนเพลียจากปัญหารุมเร้า ที่ทำให้เธอไม่อาจจะข่มตาหลับ

และอีกเรื่องที่กังวลพอกันคือ ‘ข้อเสนอ’ ของ รัฐภูมิ ฟานเซส ทั้งที่เธอพึ่งได้เจอเขาไม่กี่ครั้ง แต่ทำไมความรู้สึกเหมือนรู้จักกันมานานแสนนาน และคำถามนั้นก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา

จู่ๆ ใบหน้าเนียนก็ร้อนเห่อขึ้นเมื่อนึกไปถึงเมื่อวาน สะบัดหน้าไปมาให้มันหายไปจากหัว 

“พอๆ” 

“เป็นอะไรคะคุณหนู?”

นมแจ่มเดินออกมาเห็นนายสาวพูดกับตัวเองก็นึกสงสัยก่อนถามออกไป และแปลกใจที่เห็นเธอแต่งตัวด้วยชุดทำงานทั้งที่เป็นวันหยุด พลางส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจยืดยาว 

“…วันหยุดก็พักอยู่บ้านบ้างเถอะค่ะ”  

“ยังพักไม่ได้หรอกค่ะ ช่วงนี้บริษัทเกิดเรื่องยุ่งมากมาย ขื่นมัวมานั่งพักงานคงไม่เดินไปไหน ปาอยากจะจัดการทุกอย่างให้มันจบโดยเร็วที่สุด”  

“โถ คุณหนูของนม” แม่นมแจ่มมองตามด้วยความสงสารจับใจ 

“อย่าห่วงเลยค่ะ ปาจัดการได้ แล้วก็จะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดด้วย นมหายห่วงได้ค่ะ” ปาลีบอกเสียงใส ขัดกับสีหน้าและแววตาเหนื่อยล้าที่เก็บซ่อนไว้ไม่มิด 

“ถึงอย่านั้นก็เถอะค่ะ นมก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดี …แล้ววันนี้จะรับเป็นอะไรดีคะ นมจะได้เตรียมให้” 

“ไม่ดีกว่าค่ะ ปาไปทานที่ทำงานเลยดีกว่า เย็นนี้ปาจะกลับดึกหน่อยนมไม่ต้องรอนะคะ” ปาลีบอกพร้อมรับแก้วชามาดื่ม  

“ดูแลตัวเองด้วยนะคะนมเป็นห่วง” นางรู้สึกใจคอไม่ดีมาตั้งแต่เช้า 

“รับทราบค่ะ ไปนะคะ”

ปาลียื่นริมฝีปากบางลงหอมแก้มหย่อนคล้อยแล้วผละเดินออกไปขึ้นรถยนต์คู่ใจที่จอดรออยู่หน้าประตู 

“ขับรถปลอดภัยค่ะ”  

แม่นมแจ่มมองตามหลังคุณหนูของนางไป แต่ไหนแต่ไรก็ถูกพี่ชายเอาเปรียบอยู่ตลอด ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ น้ำตาของผู้เป็นน้องสาวถือว่ากำไรชีวิตที่หอมหวาน ส่วนคนน้องก็ยอมให้แกล้งตลอดมา ออกหน้ารับแทนแก้ไขให้ทุกอย่างไม่เคยปริปากบ่นสักคำ  

ช่วงสายปาลีวุ่นอยู่กับการดูแลงานเลี้ยงของลูกค้าคนสำคัญ ต้องตรวจโน้นนี้เยอะแยะเต็มไปหมดแทบไม่มีเวลาได้พัก 

“งานจัดได้สมบูรณ์แบบดีมากครับ ผมประทับใจมาก” เจ้าของงานเดินเข้ามาทักทายแม่งานที่เขาไว้วางใจให้จัดงาน โดยไม่สนใจเรื่องข่าวลือไร้สาระ  

“ขอบคุณค่ะ ถ้าขาดเหลืออะไรบอกได้เลยนะคะ ฉันจะได้ให้ลูกน้องจัดเตรียมให้” หญิงสาวกล่าวด้วยยิ้ม อย่างน้อยลูกค้าก็ชอบ 

“ทุกอย่างดูดีมากแล้วครับ …ขาดก็เพียงแต่ผมนี่แหละ” ชายหนุ่มเว้นวรรค ก้มหน้าลงไปกระซิบใกล้ๆ ปาลีเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย

“คือว่า… ผมไม่มีคู่เดินเข้างานด้วย ถ้าคุณปาลีไม่รังเกียจเดินเข้างานเป็นเพื่อนผมได้ไหมครับ”

ลูกค้าหนุ่มแสดงสีหน้าชวนน่าสงสารจนทำให้แม่งานต้องลำบากใจอีกครั้ง ก่อนตอบตกลงไป 

“…ได้สิค่ะ แต่ฉันคงอยู่ด้วยนานไม่ได้มีงานต้องไปจัดการต่อ”  

“แค่นี้ก็ดีมากแล้ว เชิญครับ” เจ้าของงานหนุ่มหล่อยื่นศอกมาให้หญิงสาวผู้โชคดีที่สุด  

“ไปค่ะ”

ปาลีถอนหายใจออกมาแผ่วเบาก่อนสอดแขนเรียวคล้อง เดินตามชายหนุ่มเข้าไปด้านใน โชคดีที่เธอเอาชุดสวยมาเปลี่ยนด้วย ไม่อย่างนั้นคงต้องบอกปฏิเสธเขาไป 

กลุ่มคนที่พึ่งก้าวออกจากลิฟต์จับจ้องมองคนทั้งคู่อย่างมีความหมายโดยไม่ล่ะสายตา  

เสียงแฟลตกดระรัวมายังหนุ่มสาวที่พึ่งเดินผ่านเข้ามาในงาน ปาลีรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่ตอบรับเขา แต่ด้วยหน้าที่แม่งานเธอจึงต้องสานต่อให้จบ แย้มยิ้มเล็กน้อยให้นักข่าวที่หิวโหยทั้งหลาย แน่นอนว่าข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้คงหนีไม่พ้น 

“…ฉันคงต้องขอตัวก่อน ถ้าขาดเหลืออะไรแจ้งผู้ช่วยฉันได้เลย เขาจะเป็นคนจัดการให้คุณทุกอย่าง” หญิงสาวหันไปทางผู้ช่วยหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายเธอ 

“เดี๋ยวครับคุณปา” ลูกค้าหนุ่มรีบเอ่ยเมื่อเห็นว่าหญิงสาวจะเดินจากเขาไป 

“คะ? มีอะไรหรอคะ” เอียงหน้ามาทางเขา พลางถามขึ้น 

“เราจะได้เจอกันอีกไหมครับ” ลูกค้าหนุ่มหล่อกล่าวอย่างมีความหวัง 

“ถ้าบริษัทฉันยังไม่ล้มละลาย เราก็คงจะได้เจอกัน ขอตัวก่อนนะคะ” 

กล่าวจบร่างบางได้ผละเดินกลืนหายไปกับแขกเรื่อภายในงานอย่างรวดเร็ว 

“เฮ้อ… ”

ปาลีเดินมาหยุดลงด้านหน้างาน ถอนหายใจออกมายืดยาว งานนี้หนักไม่น้อยเล่นเอาเรี่ยวแรงหายเกือบหมด และยังมีงานในช่วงบ่ายซึ่งใกล้เข้ามาในอีกไม่ถึงชั่วโมงคงต้องสู้ตายอีกรอบ  

“ขอแก้วหนึ่ง”

มือบางคว้าน้ำดื่มจากพนักงานมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว พาร่างบอบบางตรงไปยังลิฟต์ที่อยู่ห่างไปไม่ไกล 

“จะรีบไปไหน”

ร่างสูงใหญ่ที่แอบเดินตามมาเงียบๆ โผล่ออกมาจากมุมเสาเข้ามาขวางหน้าหญิงสาวเอาไว้ 

“ว้าย! …คุณนี่”

ร่างบางสะดุ้งโยงด้วยความตกใจ ยกมือทาบอกเรียกสติกลับมา แล้วเงยหน้าขึ้นว่าให้เขาเสียงเรียบ 

“เป็นผีหรือไงชอบโผล่มาไม่ให้สุ่มให้เสียง …แล้วนี่คุณมาทำอะไร งานการไม่มีทำหรือไง” ว่าให้เขา พลางเช็ดมุมปากที่เลอะน้ำที่พึ่งยกดื่ม 

“มีสิครับ เยอะมากด้วย”

ตอบกลับด้วยหน้าระรื่น ยื่นใบหน้ากวนประสาทมาใกล้ ชอบใจเหลือเกินเวลาที่ได้แกล้งยั่วโมโหหญิงสาว มันเป็นภาพที่น่ารักน่าหยิกจนเขาแทบอดใจไม่ไหว  

“งานเยอะ แต่มีเวลามากวนชาวบ้านนะ” 

“เอ้า นี่ก็งานสำคัญนะครับ” 

“งานอะไรไม่ทราบ?” ร่างบางหันหน้ามาคุยกับเขา สีหน้าบอกความแปลกใจ พลางขมวดคิ้วเข้าหากัน 

“ก็นี่ไงงานผม” รัฐภูมิขยับหน้าเข้าไปใกล้มากขึ้นไปอีก 

“…งานอะไรของคุณ”

ปาลีจำต้องถอยห่างไปหลายก้าว ความใกล้ชิดที่มากเกินของเขาทำให้เธออดหวั่นไหว หัวใจเต้นระส่ำทุกครั้งเสียไม่ได้ รีบเสมองไปทางอื่นก่อนถามเขาใหม่ 

“ก็… เฝ้าคุณไงครับ” ชายหนุ่มตอบหน้าตาย  

“เฝ้าฉัน!” ปาลีนิ้วเรียวยาวชี้เข้าหาตัวเอง ขยับถอยห่างจากเขาไปอีกนิด 

“อือฮึ” สิงห์หนุ่มพยักหน้ารับด้วยท่าทางสบายอารมณ์  

“…เดี๋ยวก่อนนะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย จะมาเฝ้าฉันทำไม?”

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างงงงวย เขาจะมาไม้ไหนอีก  

“คุณไม่ต้องห่วง ผมรับรองเลยว่าจะไม่ปริปากหรือพูดอะไรให้คุณรำคาญหรือกวนใจคุณเด็ดขาด ขอรับรองด้วยเกียรติ” ยกนิ้วเรียวยาวขึ้นสัญญาให้หญิงสาวมั่นใจ  

 “ไม่จำเป็น ฉันไม่ได้เป็นง่อย แขนขาก็ไม่ได้ลีบด้วน ไม่จำเป็นต้องมีคนค่อยมาตามเฝ้าดูแล”

ปาลีประชดน้ำเสียงหมั่นไส้เล็กน้อย ผละเดินเข้าลิฟต์ไป รัฐภูมิไปปล่อยให้เธอหนีรีบตามเข้าไปด้วย หญิงสาวต้องหยุดเท้าเรียวหลังได้ยินประโยคหลังของเขา 

“ผมยินดีที่จะเป็นแขนขาให้ด้วยความเต็มใจ”  

“…ไร้สาระ” ปาลีหันขวับกลับมามองหน้าเขาอีกครั้ง เผลอจ้องเข้าไปในดวงตาคู่คมที่กำลังจ้องมาที่เธออยู่เช่นกัน ก่อนจะเสมองไปทางอื่น 

“ผมพูดจริง ทำจริง!”

รัฐภูมิยื่นใบหน้าคมเข้าไปใกล้อีกครั้ง ตาคู่คมจ้องมองดวงตากลมเรียวแล้วทำในสิ่งที่หัวใจปรารถนามานาน ยื่นริมฝีปากหนาลงหอมแก้มนวลใสอย่างรวดเร็วโดยที่หญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัว  

“คุณ!”

ปาลีตกใจสุดขีด ยกมือบางกุมแก้มเนียน จ้องมองคนที่ยืนทำหน้าทะเล้นอย่างโกรธจัด อยากหาอะไรมาปาใส่หน้าหล่อให้สมกับความอาย แล้วรีบเดินออกจากลิฟต์ที่มาหยุดลงชั้นที่เป็นห้องทำงานของเธอ  

แต่มีหรือที่สิงห์หนุ่มจะยอมให้เหยื่อสาวหนีไปได้ง่ายๆ ขาแกร่งก้าวยาวตามไปก่อนที่ประตูห้องจะปิดลง 

“จะตามมาทำไมอีกเนี่ย”  

“คุณหนีผมไม่พ้นหรอกน่า”  

“นี่… หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ” ร่างบางถอยหลังไปหลายก้าว กลัวเขาขึ้นมาฉับพลัน 

“ผมจะไปก็ต่อเมื่องานเสร็จแล้วเท่านั้น” ส่งน้ำเสียงยียวนกวนประสาทไปให้  

“หยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามานะ” ปาลีถอยหลังไปจนชนเข้ากับพนักโซฟากลางห้อง   

“กลัวผมหรอ” 

“ใครกลัว …ถอยออกไปห่างๆเลย” ขยับกายไปอีกทางปรี่ไปที่เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ หยิบเอกสารบนโต๊ะมาทำ เขาจะได้ไม่เข้ามายุ่งกับเธออีก  

“หึๆ นึกว่าจะแน่” รัฐภูมิหยักยิ้มที่มุมปาก เลี่ยงไปนั่งรอที่โซฟาตัวยาวอย่างสบายอารมณ์  

“โอย มันเวรกรรมอะไรของฉันอีก ทำไมต้องมาเจอผู้ชายอย่างคุณด้วยเนี่ย” ปาลีพึมพำให้ได้ยินแค่คนเดียว เธออยากขว้างแฟ้มเอกสารในมือใส่หน้าหล่อนั่นไปให้รู้แล้วรู้รอด  

“แค่นี้คุณก็ทำอะไรผมไม่ได้แล้วทูนหัว…” 

รัฐภูมิยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะที่หญิงสาวยอมให้เขาอยู่ต่อด้วย  กวาดสายตาไปทั่วห้องก่อนมาหยุดลงที่คนหลังโต๊ะทำงาน หญิงสาวตั้งหน้าตั้งตาทำงานไม่สนใจสิ่งใด น่าแปลกทั้งที่เธอผลักไส้เขาให้ออกห่าง แต่เขากลับยิ่งอยากอยู่ใกล้เธอมากขึ้นเรื่อยๆ   

โปรดติดตามตอนต่อไป…

สามารถหาซื้อในรูปแบบ EBook ได้แล้วที่เว็บ Mebmarket.com  หรือ ลิ้งก์ ด้านล่างได้เลยจ้า

–>  https://www.mebmarket.com/ebook-50953-ขอรักรัฐภูมิ-Men-Of-Lions <—

ฝากกด  ติดตาม / คอมเมนท์  เป็นกำลังใจให้ด้วยน้า ^^

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่… —> เฟชบุ๊คแฟนเพจ : รานีญา รัยม์ดาว Raniya

*** ขอบคุณทุกกำลังใจและการสนับสนุนทุกช่องทาง มาเพิ่มกำลังแรงฮึดให้ไรท์ตัวอ้วนันเยอะๆ น้าาาา ***

ขอบคุณมากๆ จากใจค่ะ  ^___^

2 thoughts on “ขอรักรัฐภูมิ – ขอรักครั้งที่ หก 1

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *