ขอรักรัฐภูมิ
ตามรักรัฐภาค – ปกป้องด้วยชีวิต 10-1

ตามรักรัฐภาค – ปกป้องด้วยชีวิต 10-1

รุ่งเช้าเทียนขวัญและสามีได้ให้คนขับรถไปส่งอังครินทร์กับตฤณกลับไร่อัครัตน์ และเพื่อความปลอดภัยลูกน้องจำนวนหนึ่งขับรถตามไปด้วย ถ้าเกิดว่ามีคนดักสุ่มอยู่นอกไร่จะได้จัดการได้ทัน

“ได้ข่าวเกี่ยวกับยัยสมาแล้วก็โทรมาบอกฉันด้วยนะ ฉันเป็นห่วง” ยังคงมิวายเป็นห่วงเพื่อนรักอีกคนที่ตอนนี้ตกเป็นเหยื่อของคนเป็นอาไปเสียแล้ว

“ได้ ฉันจะรีบโทรบอกแกเลย”

“ฉันฝากยัยเพี้ยนด้วยนะคะคุณตฤณ” เทียนขวัญหันมาบอกชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้างเพื่อน เธอรู้ดีว่าถึงไม่ฝากชายหนุ่มก็จะดูแลเพื่อนของเธอให้ดีที่สุดอยู่แล้ว

“ผมจะปกป้องคุณหมออังด้วยชีวิต คุณขวัญไม่ต้องห่วง” ตฤณเอ่ยหนักแน่น เจ้าของไร่เทียนขวัญยิ้มกว้าง รู้ความหมายในคำพูดนั้นแจ่มแจ้ง เบาใจขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

“…ฉันไปนะ” อังครินทร์เขินอายไปกับความสารภาพกลายๆ ของคุณทหาร ก่อนจะสวมกอดเพื่อนรักแล้วก้าวขึ้นรถที่จอดห่างไปไม่ไกล

“พาคุณทั้งสองไปส่งให้ถึงไร่อัครรัตน์ ใครขวางหน้าก็จัดการพวกมันได้เลยไม่ต้องเว้น” เสียงหวานดุสั่งลูกน้องเสียงเย็นเฉียบ

“ครับคุณหนู”

คล้อยรถคันใหญ่ที่เคลื่อนออกไปได้ ร่างสามีสุดหล่อของเทียนขวัญก็หันมาเอ่ยถามภรรยากับเรื่องที่เขาสงสัยมาทั้งคืน

“สองคนนั้นชอบกันหรือเปล่าครับ ดูเป็นห่วงเป็นใยกันจัง”

“แล้วคุณสามีว่าไงคะ ดูไม่ออกหรอ หืม” มือบางยกขึ้นกุมแก้มสากของสามีแล้วยิ้มกริ่มออกมา

“ไม่น่าล่ะ เมื่อคืนตฤณถึงได้ถามผมเรื่องการง้อผู้หญิง”

“ขวัญว่าเดี๋ยวสองคนนั้นก็หากันเจอเอง เข้าบ้านเถอะค่ะ ป่านนี้ตาหนูคงจะตื่นแล้ว”

ทั้งสองเดินเคียงคู่กลับเข้าไปในบ้าง ทิ้งเรื่องปวดหัวของสองหนุ่มสาวที่ยังหาคำตอบให้หัวใจตัวเองไม่ได้ไป พอคิดแล้วก็เหนื่อยใจแทน ก็หวังว่าสักวันพวกเขาจะเดินกลับเข้ามาในเส้นทางเดียวกันได้เสียที

อาการของเอสเทียร์เริ่มดีวันดีคืนจวนใกล้จะหายเป็นปกติ หลังจากที่ต้องเจอกับเรื่องเพราะปากตัวเองโดยแท้ ถ้าวันนั้นไม่พูดมากเกินไปก็คงไม่ต้องมานอนให้น้ำข้าวต้มเป็นอาทิตย์

“คุณให้อภัยฉันแล้ว”

ดวงตาเรียวยาวกวาดมองดูรอบกายก็เห็นว่าตัวเองกลับมาอยู่ห้องเดิมที่เรือนใหญ่แล้วก็ดีใจจนเนื้อเต้น รีบลุกจากที่นอนลงไปด้านล่าง แต่สายตาพลันเจอเข้ากับร่างบางของสมานุชที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟา ความเจ็บแค้นที่ยังฝังรากลึกในหัวใจจึงคิดแผนร้ายเอาคืนทันที ว่าแล้วหญิงสาวก็เริ่มแผนการ

“หึ …โอย บ้าจริง”

ร่างสูงโปร่งเซถลาจนเป็นลมและเป็นไปตามแผน สมานุชเงยหน้ามาเจอเข้าจึงรีบผละลุกเข้ามาช่วยประคอง

“เป็นอะไรหรือเปล่า คุณยังไม่หายดี ไม่ควรลงมาเดินแบบนี้นะ”

“ก็ฉันเบื่อนี่ เอาแต่นั่งๆนอนๆอยู่บนเตียง…” กล่าวน้ำเสียงติดจริต พลางยกมือขึ้นกุมขมับเหมือนจะหน้ามืดขึ้นมา

“นั่งก่อนค่ะ แล้วนี่คุณทานอะไรหรือยัง”

“ยังเลย เมื่อเช้าฉันเวียนหัวมากก็เลยทานอะไรไม่ลง นี่ยาก็ยังไม่ได้กินด้วย” เอสเทียร์แสดงบทให้น่าสงสารสร้างความหมั่นไส้ให้สาวใช้ที่อยู่บริเวณนั้น

“งั้นคุณนั่งรอฉันตรงนี้ก่อน ฉันจะไปทำอะไรมาให้กิน” สมานุชแสดง

“ฉันนี่แย่จัง ตอนฉันไม่สบาย ก็ลำบากดอมต้องค่อยดูแลอยู่เรื่อย ทั้งทำอาหาร เช็คเนื้อเช็ดตัวให้ อุ้ย… ฉันคงจะพูดมากไปอีกแล้ว”

มือบางยกขึ้นปิดปากพลางจริตว่าพูดมากเกินไป เห็นที่หน้าของหญิงสาวที่เศร้าลงก็ยิ่งสะใจ แค่คำพูดไม่กี่คำเธอก็สามารถทำให้นังผู้หญิงหน้าด้านเจ็บได้

“งั้นฉันขอตัวไปทำอาหารให้คุณทานก่อน”

สมานุชรู้สึกเจ็บจี๊ดเมื่อได้ยิน ผละเดินออกไป คำพูดนั้นมันฟ้องเธอว่าเขาทำมัน ดูจากกิริยาท่าทางของเขาเมื่อหลายวันก่อนที่แสดงต่อสาวเจ้า ดูเป็นห่วงเป็นใยจนปิดไม่มิด

คล้อยหลังหญิงสาวไปแล้วนึกสะใจ ริมฝีปากสวยเบ้ปากตามหลังที่สามารถเอาคืนได้สำเร็จ เธอไม่เคยลืมวันที่รัฐภาคไล่เธอออกจากบ้านเพราะเจ้าหล่อน จากนี้ไปจะเป็นเกมของเธอบ้าง ถ้าทำให้ยัยนั้นออกไปจากบ้านหลังนี้ไม่ได้อย่ามาเรียกเธอว่านางร้ายแห่งยุคเลย

อึดใจใหญ่สมานุชก็เดินออกมาพร้อมกับข้าวต้มกุ้งหอมหวนชวนน่าทาน นำมาวางให้คนป่วยที่โต๊ะอาหาร

“อุ้ย ฉันลืมบอกไปว่าฉันแพ้กุ้ง ขอโทษทีนะ ช่วยไปทำให้ใหม่ได้ไหม”

ส่งแววตาน่าส่งสารมาให้ แต่สมานุชกลับมองว่าน่าหมั่นไส้นัก แต่พอเห็นรอยช้ำต่างๆ ตามร่างกายสาวเจ้าจึงยอม พยายามอดกลั่นอารมณ์ อยากจะแกล้งเธอใช่ไหม ได้ เดี๋ยวจัดให้…

ไม่นานนักแม่ครัวจำเป็นทำข้าวต้มมาทั้งปลา หมู ไก่ มาให้เจ้าหล่อนเสียมันทีเดียวจะเลือกทานอันไหนก็เชิญตามสบายได้

“หวังว่าคราวนี้จะทานได้นะ”

เอสเทียร์นึกเจ็บใจที่หญิงสาวไม่ได้โง่อย่างที่คิด เมื่อคิดหาวิธีไม่ทันจึงต้องลงมือทานเสีย พอทานเสร็จก็คิดหาเรื่องแกล้งต่อ นัยน์ตาสีฟ้าเหลือบไปเห็นกองเสื้อผ้าของตัวเองที่กองเต็มตะกร้า เพราะไม่มีคนเอาไปซักให้ คนใช้ที่นี่ไม่ชอบหน้าเธอจึงไม่มีใครมาจัดการให้ ทีกับยัยคนนี้กลับมีคนค่อยเอาใจกันแทบจะไม่ให้เท้าแตะพื้น

รัฐภาคเองยังดูแลมันดีจนไม่ต้องเดินเองอยู่แล้ว แต่วันนี้เป็นวันดีของเธอ ในเมื่อเขาไม่อยู่บ้านพอดีก็ไม่มีใครมาขัดขวางทางได้อีก หญิงสาวคิดจะเอาคืนให้สาสมเลยค่อยดู!

“เดี๋ยวก่อน…” เอสเทียร์ร้องเรียกหญิงสาวเอาไว้

“มีอะไรคะ?” ร่างบางหันกลับมา พลางถามขึ้น

“ฉันขอรบกวนช่วยอะไรอย่างได้ไหมค่ะ” ใบหน้าพยักพเยิดไปที่ตะกร้าผ้ามุมห้องบอกเป็นนัยยะ

สมานุชพอจะรู้ว่าหญิงสาวต้องการให้เธอทำอะไร จมูกโด่งรั้นถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับ

“ฉันจะจัดการให้ คุณพักผ่อนเถอะ”

ร่างบางเดินไปหยิบมันเดินออกจากห้อง พอจะรู้อยู่ว่าเจ้าหล่อนตั้งใจจะแกล้ง แต่เธอก็จำใจให้แกล้ง เบื่อที่จะอยู่เฉยๆ เหมือนกัน มีอะไรทำบ้างก็คงจะพอช่วยให้หายฟุ้งซ่านเรื่องที่ไร่ไปได้บ้าง

“นั้นเสื้อใครคะคุณสมา? ของยัยนั้นใช่ไหมคะ มานี่เลยค่ะ ลำดวนจัดการเอง”

สาวใช้เดินมาเจอนายสาวถือตะกร้าเสื้อผ้าอยู่ก็รีบตรงเข้ามาแย่งไปถือไว้เสียเอง

“ไม่เป็นไร ฉันทำได้”

“คุณก็รู้ว่าเธอแกล้ง ยังจะบ้าจี้อีกนะคะ”

สาวใช้ร่างท่วมนึกชิงชังคนที่อยู่บนห้องหนัก จากที่เกลียดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งทำให้เกลียดเจ้าหล่อนเพิ่มเป็นทวีคูณ คนบ้าอะไรหน้าด้านหน้าทนเหลือเกิน

“ช่างเขาเถอะน่า ฉันอยู่เฉยๆ ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ได้ออกกำลังกายบ้าง สนุกดี” ไม่ได้ทุกข์กับการกลั่นแกล้งครั้งนี้

“เดี๋ยวลำดวนจัดการให้เอง คุณขึ้นห้องไปพักเถอะ ยัยนั้นคงใช้งานคุณมาทั้งวันแล้วสิค่ะเนี่ย” สาวใช้ถามอย่างรู้ทัน

“ฉันทำเอง…”

“ลำดวนขอล่ะค่ะ ถ้านายมาเจอลำดวนโดนไล่ออกแน่”

สาวใช้เอาชื่อผู้เป็นนายมาอ้าง รีบถือตะกร้าเสื้อผ้าตรงไปหลังบ้าน ทันที จัดการเทลงเครื่องซักผ้าปั่นรอบกันแบบไม่มีแยกผ้าสีผ้าขาว หัวเราะสะใจ กล้ามารังแกนางฟ้าของเธอมันต้องเจอแบบนี้

โปรดติดตามตอนต่อไป…

สั่งซื้อ EBook (เต็มเรื่อง) สำหรับวัยรุ่นใจร้อน ได้ก่อนใคร ตามลิงค์ด้านล่างเลยจ้า  

–> https://www.mebmarket.com/ebook-51191-ตามรักรัฐภาค-Men-Of-Lions <—

ฝากกด   ติดตาม / คอมเมนท์ เป็นกำลังใจให้ด้วยน้า ^^

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่… —> เฟชบุ๊คแฟนเพจ  :  Raniya.writer

*** ขอบคุณทุกกำลังใจและการสนับสนุนทุกช่องทาง และ คอมเม้นท์ ที่มาเพิ่มแรงฮึดให้ไรท์ตัวอ้วน ***

ขอบคุณมากๆ จากใจค่ะ  ^___^

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *