ชุด Men Of Lions
ตามรักรัฐภาค – ปกป้องด้วยชีวิต 10-3

ตามรักรัฐภาค – ปกป้องด้วยชีวิต 10-3

สมานุชตกใจไม่น้อยที่จู่ๆ โดนสวมกอดจากทางด้านหลังแน่น ร่างบางพยายามขื่นกายออกจากการเกาะกุมของเขา

“ผมขอนาทีเดียว…”

“…” ได้ยินดังนั้นจึงนิ่งเสียปล่อยให้เขากอดตามที่ต้องการ แต่หัวใจเจ้ากรรมนี่สิเต้นระส่ำทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ จนกลัวว่ามันจะหลุดออกนอกอก  เธอเริ่มอาการหายใจติดขัด ไม่สบายตัวขึ้นมาดื้อๆ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ทำไมรู้สึกเจ็บและอึดอัด…

“ผมขอโทษนะที่ทำให้ตกใจ”

ร่างสูงผละออกตามที่ขอเวลา ดันร่างบางออกห่างเล็กน้อย จ้องมองดวงหน้ารูปไข่ไร้เครื่องสำอางอย่างใช้ความคิดอย่างหนัก

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณโอเคแล้วใช่ไหมคะ”

“ครับ”

ที่เขาทำอะไรไม่ได้ในตอนนี้เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของหญิงสาวตรงหน้า ไม่อยากให้เธอมองว่าเขาเป็นพวกร้ายกาจ เผด็จการเกินไป

รถจิ๊ปคันขนาดกลางแล่นเข้าจอดลงสนิท ตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของคุณหมอสาวสวย อังครินทร์ เวียงชัย แต่วันนี้กลับไร้วี่แววขององค์รักษ์ตัวใหญ่ของคุณทหารสุดหล่อ

สมานุชแกะมือหนาออกจากเอวบางอย่างนุ่มนวล หันไปตอบเพื่อนรักแก้เขิน พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น

“ทำอะไรกันอยู่ค่ะ”

“ไม่มีอะไรหรอก แล้วนี้ทำไมมาคนเดียว คุณตฤณไปไหน” สมานุชมองหาร่างสูงของทหารหนุ่ม

“ขอตัวสมาสักครู่นะคะ” คุณหมอสาวไม่ตอบ ขยับเข้ามาดึงรั้งแขนเรียวของเพื่อนรัก

“ตามสบายครับ ผมขอไปสั่งงานลูกน้องก่อน”

รัฐภาคผละเดินจากไป ก้าวขึ้นควบม้าตัวโปรดอย่างเจ้าทมิฬแล้วพุ่งทะยานออกไป ปล่อยให้สองสาวได้คุยกันตามสบาย

สมานุชและอังครินทร์มองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเธอ สมานุชส่ายหน้าอย่างระอา

“อื้อ…” เอสเทียร์นอนแผ่ราบอยู่กับพื้นห้องรับแขกด้วยอาการเมามายไม่ได้สติ ข้างกายมีกองที่สาวเจ้าอ้วกเอาไว้ พลอยเปื้อนชุดสวยไปด้วย

“ใครอยู่ข้างนอกบ้างเข้ามานี่หน่อย” สมานุชร้องเรียก

“ยัยบ้านี่ยังอยู่ที่นี่อีกหรอแก” อังครินทร์แปลกใจมองตามอย่างน่าสมเพช เมามายตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน

“ช่างเถอะน่า ว่าแต่แกมีอะไรจะพูดกับฉัน? แล้วนี่วันนี้ไม่ไปทำงาน” สมานุชนั่งลงเรียบร้อยแล้วจึงถามขึ้น

“ฉันหยุด และเบื่อที่จะอยู่บ้านก็เลยแวะมาหา”

“ถามจริง แล้วคุณทหารสุดหล่อไปไหนเสียล่ะ ทำไมถึงปล่อยให้คุณหมอที่ทั้งสาวและสวยของฉันมานั่งทำหน้าเซงอยู่แบบนี้” เย้าเสียงใส ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

“จะไปไหนก็เรื่องของเขา ไม่เห็นจะเกี่ยวกับฉันเลย” น้ำเสียงแสนงอน บอกอาการที่เป็นอยู่ได้เป็นอย่างดี

“แกชอบเขาเหรอยัยหมอ” สมานุชไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพียงไม่กี่วันที่คุณทหารเข้ามา จะทำให้เพื่อนรักตกหลุมรักเขาได้

“มันไม่ใช่อย่างที่แกคิดเลยนะ” อังครินทร์ปฏิเสธเสียงสูง ใบหน้านวลแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหูเล็กเลยทีเดียว

“แกโกหกไม่เนียน ว่าแต่ตอนไหนหรอ” ยังไม่หยุดล้อ จนคุณหมอสาวต้องส่งสายตาเขียวปัดมาให้ พร้อมกับทำท่างอนๆ

“ยัยสมา”

“โอ้ๆ ฉันล้อเล่นน่า แต่จริงใช่ไหม” สมานุชโอบไหล่มนของเพื่อนเอาไว้แล้วถามจริงจังมากขึ้น

“อื้อ ฉันใจง่ายมากเลยใช่ไหม” อังครินทร์พยักหน้ายอมรับแต่โดยดี  พลางก้มหน้างุบด้วยความเขินอายจำนนในที่สุด

“แกหยุดคิดแบบนั้นเลยนะยัยหมอ”

เทียนขวัญเดินเข้ามาทันได้ยินเพื่อนรักทั้งสองคุยกันถึงเรื่องของหัวใจที่แสนวุ่นวายก็รีบร้องค้านขึ้น

“ยัยขวัญ!”

สองสาวมองไปที่หน้าประตู ร้องเรียกชื่อเพื่อนแทบจะพร้อมกัน

“ก็ฉันนะสิ มันอยู่ตรงนี้ต่างหาก” เทียนขวัญก้าวเข้าไปนั่งลงที่ว่างข้างอังครินทร์ นิ้วเรียวชี้มาที่หน้าอกอิ่มตรงตำแหน่งของหัวใจ

“ถ้าแกกับเขาคิดเหมือนกันมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรนี่ แล้วบอกเขาไปหรือยัง?” ก้าวเข้าไปนั่งลงเก้าอี้ที่ว่างอยู่

“ฉันไม่กล้า เห็นหน้าเขาฉันก็อายจนไม่กล้าจะมองแล้ว” อยู่ต่อหน้าเขาก็ได้ทำได้เพียงพูดในฐานะหมอคนหนึ่งเท่านั้น

“แกจะรอให้เขาบอกก่อนว่างั้น เรื่องของหัวใจใครบอกก่อนบอกทีหลังก็ไม่เห็นแปลกเลย ผู้หญิงเรานะบอกก่อนก็มีถมเถ” เทียนขวัญบอก

“แกว่างั้นหรอ”

อังครินทร์ขอความมั่นใจจากเพื่อนรักทั้งสอง ในตอนนี้เธอสับสนและไม่มีความกล้าพอที่จะเดินหน้าต่อเลย

“จริงสิ ดูอย่างคู่ของฉันกับคุณชานสิ ฉันก็เป็นคนขอเขาคบนะจะบอกให้” สองเสียงประสาน เพิ่มความมั่นใจของเพื่อนให้เต็มร้อยทันที

“เฉียบมาก” สมานุชยกนิ้วโป้งให้เพื่อน

“เขาจะไม่คิดว่าฉันเป็นผู้หญิงหน้าไม่อายใช่ไหม”

ความคิดของอังครินทร์เริ่มสับสนตีรวนในหัวเป็นร้อยเป็นพันคำถาม รู้สึกหมดความมั่นใจไปเสียดื้อๆ

“โอย ทำอย่างกับไม่เคยบอกรักผู้ชายก่อนหน่อยเลย ที่ผ่านมาฉันก็เห็นว่าแกเป็นฝ่ายบอกรักก่อนทุกคนนี่”

“แต่คนนี้มันไม่เหมือนกันนี่แก เขาดูเป็นสุภาพบุรุษเอามากๆเลย แถมยังหล่อไม่เกรงใจพี่ชายฉันอีก แกจะให้ฉันทำยังไง”

อังครินทร์ผละลุกขึ้นแล้วเดินวนไปวนมาอย่างคิดไม่ตก รักษาคนไข้ที่ว่าอาการหนักใกล้ตายเธอยังไม่ต้องมานั่งคิดจนปวดหัวแบบนี้

“นั่งลงเลย คิดมากไปแกนั่นแหละจะประสาทไปเสียก่อนที่จะทันได้บอกเขา” สมานุชบอกหลังได้บทสรุป

จากนั้นสามสาวเดินเข้าห้องครัวหาอะไรทานมื้อเที่ยงในรอบห้าปีน่าจะได้ หลังจากเรียนจบก็แยกย้ายกันไป แม้ว่าบ้านจะอยู่ใกล้กัน แต่ไม่มีเวลามาเยี่ยมเยียนกัน

บ่ายคล้อยสมานุชและเทียนขวัญเดินมาส่งคุณหมออังครินทร์คนสวยกลับ เพราะทนรอที่จะไปบอกความในใจกับคุณทหารสุดหล่อไม่ไหว

“ยัยขวัญ เอ่อ… แกเคยรู้สึกว่าอยู่ดีๆแล้วพื้นมันไม่มั่งคง… รู้สึกหวิวๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร บ้างไหม”

เทียนขวัญเลิกคิ้วและมองสีหน้าเพื่อนที่เริ่มแดงระเรื่อ ซึ่งก็พอจะเดาออกลางๆ ว่าเพื่อนต้องการถามด้วยเรื่องใด

“เป็นตอนที่อยู่ใกล้เขาใช่ไหม”

“ไม่ใช่ เอ่อ ฉันแค่…” นุชนารีส่ายหน้าปฏิเสธแล้วหยุดพูด หันไปมองรัฐภาคที่พึ่งก้าวลงจากหลังม้า ใบหน้านวลสวยแดงเป็นลูกตำลึงสุก จนต้องยกมือมากุมเอาไว้

“และแกไม่ชอบหน้าผู้หญิงที่เข้าใกล้เขาด้วยใช่ไหม” เทียนขวัญกล่าวขึ้นใหม่ มองตามสายตาของเพื่อนไป

“อืม” สมานุชพยักหน้ารับ แววตาและอาการที่แสดงออกพอเข้าใจได้ไม่ยากและต้องแปลกใจที่เพื่อนไม่รู้ตัวเองเลย

“ฉันคิดว่าแกกำลังหึงเขาอยู่”

“หะ หึง อย่างฉันเนี่ยนะ”

สมานุชหันหน้าไปมองคนพูดทันใด มองหญิงสาวตาปริบๆ ด้วยความตกใจ ร่างบางหันกลับไปมองร่างสูงใหญ่อีกครั้ง และความรู้สึกที่ว่าก็โผล่ขึ้นมาทันใด

‘หึงเหรอ? อย่างนี้เขาเรียกว่าหึงงั้นเหรอ’

สมานุชปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเอสเทียร์เป็นคนนี้มีเสน่ห์อย่างเหลือล้น ใครที่เขาใกล้ต้องหลงเสน่ห์เธอกันทุกคน ที่สำคัญเขาทั้งสองก็เคยเป็นแฟนกันมาก่อน บางทีเธออาจจะหึงเขาอย่างที่เพื่อนบอก มันรู้สึกอึดอัดจนทำอะไรไม่ถูก หลายครั้งที่อยากจะก้าวเข้าไปหาเขา

โปรดติดตามตอนต่อไป…

สั่งซื้อ EBook (เต็มเรื่อง) สำหรับวัยรุ่นใจร้อน ได้ก่อนใคร ตามลิงค์ด้านล่างเลยจ้า  

–> https://www.mebmarket.com/ebook-51191-ตามรักรัฐภาค-Men-Of-Lions <—

ฝากกด   ติดตาม / คอมเมนท์ เป็นกำลังใจให้ด้วยน้า ^^

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่…

เฟชบุ๊คแฟนเพจ :  รานีญา รัมย์ดาว Raniya

ขอบคุณทุกกำลังใจและการสนับสนุนทุกช่องทาง และ คอมเม้นท์ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *