ชุด Men Of Lions
ตามรักรัฐภาค – คุ้มครองด้วยรัก 11-1

ตามรักรัฐภาค – คุ้มครองด้วยรัก 11-1

ความคิดในหัวของสมานุชตีกันวุ่นวายต้องชะงักลงพลัน หลังได้ยินเสียงเข้มดุที่ดังขึ้นทำให้เธอเงยหน้ามองต้นเสียง

“ผมไม่มีเวลามาพูดเล่นนะ! ผมต้องการแค่ของที่ผมประมูลได้ …นอกนั้นไม่มีค่า”

รัฐภาคเดินแยกจากคนสนิทก้าวเดินเข้ามาในบ้าน เห็นร่างบางยืนเด่นอยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมเรียบตึงบ่งบอกอารมณ์ได้เป็นอย่างดี

เทียนขวัญหมดหน้าที่เลี่ยงออกมาเงียบๆ ไม่อยากอยู่ขัดความสุขกับความรู้สึกที่เริ่มลงตัวของเพื่อน หวังว่าเธอจะได้ยินข่าวดีในอีกไม่นาน

จังหวะที่สิงห์หนุ่มกำลังจะเดินกลับขึ้นห้องนอนชั้นบน ข้อมือซ้ายของเขาถูกคนจับไว้ทำให้ต้องชะงัก ขมวดคิ้วอย่างมีโทสะกับการล้ำเส้น เตรียมจะสะบัดมือออกจากมือคนที่ถือวิสาสะ ด้วยอารมณ์ตอนนี้ของเขาไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น แต่เมื่อหันกลับไปต้องชะงักค้าง

สองข้างแก้มนวลมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมออกมา ร่างบางแสดงสีหน้าเหมือนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งในสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่ แถมเบิกตากว้างมองเขาอย่างตกตลึง สมานุชกุมมือใหญ่ของเขาเอาไว้ จ้องมองใบหน้าคมที่มองเธอกลับอยู่เช่นกัน หญิงสาวไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าทำอะไรอยู่ รู้แค่ว่าพอเห็นแผ่นหลังกว้างนั้นเดินห่างออกไปก็ลืมไปหมดว่ามาทำอะไรตรงนี้

“ฉะ ฉัน…” สมานุชเอ่ยได้แค่นั้น เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอย่างไรดี

“มีอะไรกันหรือเปล่าครับ…” ฌอนเดินตามหลังสิงห์หนุ่มเข้ามาเตรียมจะถาม พอเห็นว่าทั้งคู่ยืนจ้องกันอยู่ ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา

“ไม่มี ไปทำตามที่สั่ง” รัฐภาคยังจ้องมองร่างบางตรงหน้าไม่ได้หันไปมองลูกน้อง ก่อนจะสั่งน้ำเสียงเรียบไปว่า

“ครับ” คนถูกสั่งงงเล็กน้อย แต่พอจะเข้าใจสถานการณ์จึงเลี่ยงออกจากบ้านไป

รัฐภาคดึงข้อมือออกจากการเกาะกุมแล้วจับข้อมือบางดึงเข้าหาตัว ความร้อนจากฝ่ามือที่วางแนบหน้าเรียวเรียกสติของสมานุชให้กลับมา แต่ก็สายเกินไปที่จะรีบวิ่งหนีหรืออธิบายว่าตัวเองมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร รัฐภาคดูจะไม่ใส่ใจเรื่องพวกนั้น

“เอ่อ…” เมื่อหนีไปไหนไม่ได้และไม่รู้จะอธิบายอะไร เธอจึงเกิดอาการติดอ้างไปเสียอย่างนั้น

“…” รัฐภาคไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ในจังหวะที่หญิงสาวยังงงงัน ร่างสูงก็รวบร่างนุ่มนิ่มแนบอกเดินพาไปที่ห้องนอนกว้างแทน

เสียงประตูดังขึ้นเมื่อก้าวเท้าเข้ามาในห้องพัก ร่างบางสะดุ้งเฮือก หมุนตัวกลับไปทางประตูทันที ทว่าสิงห์หนุ่มกับยืนกอดอกขวางทางไว้เรียบร้อยแล้ว ดวงตาคมจ้องมองเธอเขม็ง จนคนถูกมองรู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบ

“มีอะไรจะพูดกับผม” รัฐภาคเอ่ย จ้องหน้านวลนิ่ง

“เอ่อ… คือฉัน…”

“ไม่มีอะไรจะพูดกับผมเลยงั้นเหรอ หรือเอสเทียร์ทำอะไรคุณอีก” หรี่ดวงตาคมลงซ้ำยังพูดด้วยน้ำเสียงเน้นหนักขึ้น

“เปล่าๆ ฉะ ฉันไม่มีอะไรจะถามแล้ว” เตรียมหมุนกายเดินออกจากห้อง

“สมานุช”

ร่างบางหยุดกึก ใบหน้าคมตึงเครียดท่าทางเช่นนั้น ทำให้หญิงสาวเม้มปากแน่นกว่าเดิม และเผลอกำชายเสื้อแน่นด้วยความอัดอั้น และเมื่อหมดปัญญาจะต้านทานแววตาของเขาได้ จึงยอมเอ่ยช้าๆ ตามความรู้สึกของตนออกมา

“คือฉัน…” สมานุชยังเอ่ยไม่จบก็ถูกเขาพูดขัดขึ้น

“ช่างเถอะ”

เสียงทุ้มบอกปัดไม่จริงจังมากนัก เสมองไปทางอื่นขณะครุ่นคิด ตวัดสายตากลับมาจ้องใบหน้านวลที่กำลังลำบากใจ สิงห์หนุ่มก็ไม่คิดจะปล่อยเธอไปง่ายๆ ผละออกจากประตู เดินตรงมาหาคนที่ยืนตัวเกร็งพลางถามขึ้นใหม่

“คุณอยากจะถามอะไร”

“ฉัน… ก็ไม่รู้” ตอบเสียงแผ่วเบาขณะช้อนตาขึ้นมองคนที่ยืนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย

“ไม่รู้?” กลับอย่างคาดคั้น

“คือฉัน… ฉันแค่รู้แปลกๆ เหมือนหายใจไม่ออก อึดอัดแล้วก็หงุดหงิด เหมือนไม่ค่อยสบาย …ตอนที่เห็นคุณจ้องเธอ”

“เธอไหน?”

“เอสเทียร์ เอ่อคือฉันอาจจะเมาไวน์… มั้ง แต่…” ตอบติดๆขัดๆ น้ำเสียงไม่มั่นคงนัก

“แต่…” รัฐภามถามขึ้นอีก

“ยัยขวัญบอกว่า ฉันอาจจะ… หึงคุณ”

ทุกคำที่เปล่งออกมาช่างยากเย็น ภายในห้องกว้างเงียบกริบทันที จนต้องเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มอย่างกล้าๆกลัวๆ ร่างสูงยืนจ้องเธออยู่

หญิงสาวกลับต้องถอยหลังหนีเมื่อเขาก้าวเข้าหาอย่างรวดเร็ว จนเธอชนเข้ากับที่พักแขนของโซฟานุ่มกลางห้องและล้มลงไปนั่งลงบนเบาะนุ่ม

“คุณหึงผมจริงๆ ใช่ไหม” สิงห์หนุ่มกลับโน้มตัวลงมาจนเธอต้องเอนหลังลงไปอีก แล้วเขาก็ถามราวกับต้องการความแน่ชัด

“เอ่อ ฉันรู้ว่าคุณคงไม่ชอบให้ใครมาทำตัววุ่นวายน่ารำคาญ ซึ่งฉันเสียใจที่เป็นแบบนั้น”

ใบหน้านวลแดงระเรื่อรีบพูดเร็วรัวจนหายใจหอบถี่เมื่อพูดจบ

“ใช่ ผมไม่ชอบคนงี่เง่า น่ารำคาญ ที่มาวนเวียนรอบตัว”

การยอมรับโดยดีของชายหนุ่มทำให้ร่างบางกลืนน้ำลายอย่างฝืนเคือง ก้มหน้านิ่ง แต่ทุกอย่างรอบตัวเงียบลงเมื่อเขากล่าวขึ้น

“ขอแค่… เป็นคุณ”

ทันทีที่กล่าวจบมือเรียวแข็งแรงก็ยกขึ้นมาประคองใบหน้านวลพร้อมทั้งกดริมฝีปากหยักลึกลงบนหน้าผากนวลเนิบนาน นึกขอบคุณหญิงสาวที่รวบรวมความกล้ามาบอกเขา ความรู้สึกของเขาเองก็ชัดเจน จนเธอก็ไม่ต้องให้เขาอธิบายว่าเขา ‘รัก’ เธอมากขนาดไหน สิ่งที่อังครินทร์บอกเขาวันนั้น เขาเข้าใจมันแล้วในวันนี้

เอสเทียร์ก้าวเดินลงบันไดก่อนจะหยุดกึก เมื่อได้ยินรัฐภาคสั่งคนสนิทถึงเรื่องของหญิงสาวร่วมชายคา ความคิดที่จะได้กำจัดสมานุชออกไปวิ่งพล่านแทบจะอดใจรอไม่ไหว ก่อนเดินกลับขึ้นห้องไป แล้วลงมาพร้อมกับกระเป๋าสะพายใบสวย เปิดรอยยิ้มที่มุมปากอย่างกระหยิ่มใจ

สมานุชเดินออกมาทันเห็นท้ายรถของเอสเทียร์ไวๆ ก็นึกสงสัยว่าเธอจะไปไหนแต่เช้า ทั้งที่ปกติเจ้าหล่อนตื่นก็สายโด่ง ความสงสัยต้องหยุดลงเมื่อร่างของสิงห์หนุ่มเดินเข้ามาใกล้

“ดูอะไรอยู่ครับ”

“ไม่มีอะไรค่ะ สายแล้วยังไม่ไปทำงานอีกหรือคะ” ถามขึ้น

“ทำไมถึงชอบไล่ผมจัง อยากให้ผมไปไกลๆ ใช่ไหม” น้ำเสียงงอนๆ หันหน้าไปทางอื่น สมานุชเองก็อดหมั่นไส้ไม่ได้จึงยิกเข้าที่ต้นแขนแกร่งไปทีหนึ่ง

“โอ้ย! ผมเจ็บนะ แบบนี้ต้องถูกทำโทษ”

วงแขนกว้างตวัดร่างบางขึ้นสูงอ้อมอก เตรียมจะก้าวเดินขึ้นชั้นบน แต่ถูกหญิงสาวพูดขัดขึ้นก่อน

“ว้าย เดี๋ยวก่อนค่ะ เออ… ฉันยังไม่พร้อม ขอเวลาให้ฉันหน่อยนะคะ”

นัยน์ตาสีดำสนิทที่มองมาทำเอาเขาใจอ่อนยวบ ตามจริงแล้วเขาไม่ได้จะทำจริงหรอก แค่อยากจะลองใจเธอดูเท่านั้นเอง แต่เมื่อเห็นแบบนี้แล้วก็ชื่นใจว่าเธอไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านเขามาในชีวิต

“ก็ได้ครับ ผมจะรอ แต่ตอนนี้ผมหิวแล้ว ไปทานข้าวกันดีกว่า”

“ไปสิค่ะ แต่ก่อนอื่นวางฉันลงก่อน เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า …ฉันอาย” เขาจึงยอมทำตามที่เธอขอแล้วเดินจูงมือกันไปที่ห้องทานข้าว

โปรดติดตามตอนต่อไป…

สั่งซื้อ EBook (เต็มเรื่อง) สำหรับวัยรุ่นใจร้อน ได้ก่อนใคร ตามลิงค์ด้านล่างเลยจ้า  

–> https://www.mebmarket.com/ebook-51191-ตามรักรัฐภาค-Men-Of-Lions <—

ฝากกด   ติดตาม / คอมเมนท์ เป็นกำลังใจให้ด้วยน้า ^^

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่…

เฟชบุ๊คแฟนเพจ :  รานีญา รัมย์ดาว Raniya

ขอบคุณทุกกำลังใจและการสนับสนุนทุกช่องทาง และ คอมเม้นท์ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *