ชุด Men Of Lions
ตามรักรัฐภาค – จัดการคนเลว 12-1

ตามรักรัฐภาค – จัดการคนเลว 12-1

อังครินทร์นั่งนิ่งตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับไปไหน ได้แต่นั่งกลืนน้ำลายลงคอรู้สึกกลืนอะไรไม่ลง มันฝืดเคืองที่ลำคอระหงเหลือเกิน หลังจากที่กลับมาถึงที่บ้านก็เจอเข้ากับพี่ชายจอมโหดอัครัตน์ยืนกอดอกจับจ้องมองมาที่น้องสาวและชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอีกฝั่งด้วยท่าสบาย ไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนหรือตื่นตระหนกให้เห็น

“อธิบายมา”

“เออ… คือเขาเป็นคนไข้ที่อังช่วยไว้เมื่อสองอาทิตย์ก่อนนะคะ” คนเป็นน้องตอบเสียงแผ่ว

“ก็หายดีแล้วนี่ แล้วทำไมยังไม่กลับบ้านกลับช่องไปอีก” อัครัตน์หันมาถามชายหนุ่มอีกคนที่นั่งเงียบอยู่ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย

“ผมยังมีเรื่องต้องทำจึงยังกลับไม่ได้” ชี้แจ้งเจ้าของไร่หนุ่มหล่อ

“เรื่องอะไร?” อัครัตน์นึกสงสัย

“ผมคงบอกไม่ได้ มันเป็นความลับของทางราชการ” ตฤณตอบ

“ตกลงแล้วคุณเป็นใครกันแน่”

คำพูดคำจาที่ดูเป็นทางการไม่เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป อีกทั้งรูปร่างที่ดูบึกบึนเหมือนผ่านการฝึกหรือเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี เขาคิดว่าพ่อหนุ่มนี้ต้องไม่ธรรมดา คงไม่ใช่แค่ทหารปลายแถวแน่

“พันโทตฤณ นฤเบศ”

“คุณ…” อังครินทร์หันมามองหน้าทหารหนุ่มฉับ ไม่คิดว่าเขาจะพูดความจริงกับพี่ชาย

“ยัยอังออกไปก่อน พี่มีเรื่องจะคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว”

อัครัตน์จ้องมองเขาเหมือนมีคำถามมากมายจะถาม ก่อนเอ่ยเสียงราบเรียบส่งไปยังร่างบางของน้องสาว

“อังอยู่ด้วยไม่ได้หรือค่ะ” อังครินทร์ยึกยักไม่ยอมไป นึกเป็นห่วงว่าพี่ชายจะทำอะไรเขาหรือเปล่า

“อังครินทร์ พี่บอกให้ออกไปก่อน” เสียงทุ้มเข้มขึ้น เรียกชื่อน้องสาวเต็มยศ ซึ่งมันแปลว่าเธอต้องออกไปเดี๋ยวนี้ นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องมองไปที่ร่างบางนิ่ง

“ก็ได้ค่ะ”

หญิงสาวจำต้องลุกเดินออกจากไป แต่ก็ยังมายืนแอบฟังสองหนุ่มที่หน้าประตูว่าคุณเรื่องอะไรกัน

“เอาล่ะ ผมจะไม่อ้อมค้อมนะ คุณคิดยังไงกับน้องสาวผม”

ตฤณยืดตัวขึ้นนั่งหลังตั้ง คำถามนี้ทำเอาหญิงสาวอีกคนที่ยืนฟังอยู่ด้านนอกอดลุ้นไปด้วยไปได้ เขาคิดกับเธอเหมือนที่เธอคิดกับเขาหรือเปล่านะ

“ผมไม่ได้คิดอะไรกับเธอ ผมเห็นเธอเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต ไม่มีอะไรเกินเลย”

ร่างบางแทบทรุดลงไปนั่งกับพื้น เกาะตู้โชว์ตรงหน้า ยันร่างกายที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงเอาไว้ น้ำตาไม่รู้มาจากไหนไหลรินออกมาเป็นทางไม่ขาดสาย

ลุงมิ่งหัวหน้าคนงานที่เดินเอาแฟ้มเอกสารเข้ามาให้เจ้านายหนุ่ม พอเห็นร่างของคุณหนูเล็กของท่านยืนร้องไห้สะอื้นหัดอยู่ประตู ก็ตกใจใหญ่รีบเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง

“คุณหนูเป็นอะไรครับ”

“ไม่เป็นอะไร อังขอตัวก่อนนะคะ”

อังครินทร์รีบเช็ดน้ำตา เดินขึ้นห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว สองหนุ่มที่อยู่ในห้องรับแขกก็พลอยตกใจไปด้วย ไม่คิดว่าหญิงสาวจะยังอยู่ แต่สำหรับอัครัตน์มันเป็นทางออกที่ดีแล้วที่ไม่ให้น้องสาวไม่ให้ถลำตัวไปมากกว่านี้

“หมดเรื่องแล้ว เก็บของของคุณแล้วออกไปจากที่นี่ซะ …และอย่าได้คิดที่จะไปเจอน้องสาวผมอีก” อัครัตน์พูดดักทาง เมื่อเห็นแววตาที่มองตามร่างบางไปยังด้านบน

ตฤณจึงได้เพียงเดินไปยังห้องพักแล้วข้าวเก็บของที่มีเพียงไม่กี่ชิ้นแล้วเดินไปขึ้นรถ ซึ่งเจ้าของไร่หนุ่มให้ลูกน้องจัดการไปส่งเขาในตัวเมือง

อังครินทร์ยืนมองตามท้ายรถของชายหนุ่มออกไป น้ำตายิ่งไหลรินออกมาอย่างหนักเหมือนเขื่อนพังก็ไม่ปาน ร่างบางทรุดนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรงจะยืนหยัดอีกต่อไป เขาทำกับเธอย่างนี้ได้ยังไง ไม่รักไม่ชอบก็ไม่น่าจะแสดงออกมาเป็นห่วงให้เธอคิดสิ คงเป็นเธอเองสินะที่คิดเออเองคนเดียวมาตลอด นึกเกลียดตัวเองที่ไม่รู้จักห้ามปรามหัวใจไม่ให้ไปรักเขา

ตกเย็นหญิงสาวก็ไม่ยอมลงมาทานข้าว ผู้เป็นพี่ชายก็นึกเป็นห่วงจึงขึ้นมาดูคนเป็นน้องสาวว่าเป็นอะไรหรือเปล่า จะว่าไม่เป็นก็คงแปลก เจอผู้ชายปฏิเสธความรักขนาดนั้น ก็ต้องมีเสียใจกันบ้างเป็นธรรมดา ว่าแล้วก็โกรธไอ้บ้านั้นขึ้นมาที่ทำให้น้องสาวเขาต้องร้องไห้

ตั้งแต่เล็กจนโตเขาไม่เคยให้เสียน้ำตา แล้วเขาเป็นใครถึงมาทำได้ โมโหขึ้นมาอีกระลอก ถ้าอยู่ใกล้เขาจะขอสักมัด ตอนที่เขาไม่อยู่ ลุงมิ่งโทรไปรายงานทุกวัน นานวันเข้าความสัมพันธ์ของทั้งคู่มันไม่ใช่แค่คนไข้กับหมอ เขาจึงต้องกลับมาดูให้เห็นกับตาตัวเอง พอมาถึงก็เห็นทั้งคู่พูดจาหยอกล่อ ท่าทางสนิทสนมเขาไม่อยากให้น้องสาวต้องเสียใจอีก จึงต้องทำอะไรสักอย่าง

“เป็นไงบ้างยัยอัง ข้าวปลาไม่ยอมลงไปกิน หืม”

“พี่อัค ฮือ…”

อังครินทร์โผล่เข้าหาอ้อมกอดของพี่ชายแน่นด้วยความเสียใจ สะอื้นจนตัวโยกอย่างน่าสงสาร

“ร้องออกมาให้หมดคนดีของพี่ แล้วพรุ่งนี้มันจะไม่มีทางจะกลับมาทำร้ายน้องสาวที่น่ารักของพี่ได้อีก” บอกน้องสาว มือหนาลูบแผ่นหลังบอบบางเป็นการปลอบโยนไปพลาง

“พี่อัค ฮือๆ ”

สองพี่น้องนั่งปลอบใจกันอยู่กว่าชั่วโมง จนหญิงสาวผล็อยหลับคาอกกว้างของพี่ชาย อัครัตน์ช้อนร่างบางขึ้นไปนอนบนเตียงพร้อมกับดึงผ้าห่มคุมให้ นิ้วเรียวไล้เช็ดคราบน้ำตาที่ไหลเปื้อนใบหน้าเนียนแผ่วเบาใบหน้าคมก้มลงจุมพิตหน้าผากด้วยความรักกว่าสิ่งใด ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนของน้องสาวไป

นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา…

เครื่องบินส่วนตัวร่อนลงจอดที่สนามบินในสิบสี่ชั่วโมงให้หลัง หนุ่มสาวและลูกน้องอีกสี่ชีวิตรวมนักบินก้าวลงจากเครื่องมายืดเส้นยืดสาย

สมานุชรู้สึกเป็นกังวล พึ่งรู้ว่าที่เขาบอกมางานเลี้ยงเป็นเพื่อนนั่น เป็นงานเลี้ยงของคนในครอบครัว ไม่น่าล่ะเธอพยายามถามตั้งแต่ออกจากบ้าน เขาก็ไม่ยอมบอก ร้ายกาจที่สุด

“ทำใจให้สบายเถอะครับ ครอบครัวของผมน่ารักทุกคน ผมรับรองได้”

รัฐภาคปลอบ เห็นอาการของคนตัวเล็กที่แสดงออกมา นึกเอ็นดูและเห็นใจในเวลาเดียวกัน เขาไม่อยากให้เธอคิดว่าเขาเล่นๆ กับเธอ

“จะให้ฉันสบายใจได้ยังไง ฉันไม่ได้เตรียมใจมาเลยด้วยซ้ำ คุณก็น่าจะบอกฉันก่อน” น้ำเสียงงอนๆ ส่งมาให้ มือบางกำเข้าหากันแน่น ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่แล้วตอนนี้

“เอาเถอะครับ พอคุณเห็นทุกคน อาการประหม่าจะหายไปเลย เชื่อผม”

“ขอให้จริงเถอะ ฉันอึดอัดจะแย่อยู่แล้วเนี่ย”

น้ำเสียงเป็นกังวลบอกความหนักใจไม่น้อย ถ้ารู้ล่วงหน้าเธอก็คงไม่มากับเขาหรอก เล่นมัดมือชกกันชัดๆ รอให้ถึงทีของเธอก่อนเถอะ แม่จะเอาคืนให้แสบเลยคอยดู ภายในรถเงียบลงอีกครั้ง

รถหรูเคลื่อนจอดประตูรั้วสูงท่วมหัวสีขาวงาช้าง สมานุชมองด้วยความตื่นตาไม่เคยเห็นประตูบ้านที่ไหนงดงามขนาดนี้มาก่อน แล้วต้องตกตะลึงหนักไปอีก

คฤหาสน์หลังงามสีเดียวกับประตูที่พึ่งผ่านเข้ามาไม่ผิดเพี้ยน มันเหมือนภาพวาดในความฝันที่เห็นทุกครั้งที่เธอหลับตามานานมากแล้ว ไม่คิดว่าวันนี้จะได้มาเห็นด้วยตาและสัมผัสมันได้จริงๆ

โปรดติดตามตอนต่อไป…

สั่งซื้อ EBook (เต็มเรื่อง) สำหรับวัยรุ่นใจร้อน ได้ก่อนใคร ตามลิงค์ด้านล่างเลยจ้า  

–> https://www.mebmarket.com/ebook-51191-ตามรักรัฐภาค-Men-Of-Lions <—

ฝากกด   ติดตาม / คอมเมนท์ เป็นกำลังใจให้ด้วยน้า ^^

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่…

เฟชบุ๊คแฟนเพจ :  รานีญา รัมย์ดาว Raniya

ขอบคุณทุกกำลังใจและการสนับสนุนทุกช่องทาง และ คอมเม้นท์ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *