ชุด Men Of Lions
ตามรักรัฐภาค – หลอก & ลวง 13-3

ตามรักรัฐภาค – หลอก & ลวง 13-3


ฌอน
เดินออกจากห้องนอนไปอีกห้องที่อยู่ติดกัน เขาจะฝากให้หญิงสาวแวะมาดูนายหนุ่มให้หน่อย แต่ยืนเคาะอยู่นานกลับไม่มาเปิดเสียทีจึงถือวิสาสะเปิดเข้าไป คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน เมื่อไม่เห็นคนที่จะฝากเรื่อง เตรียมจะก้าวออกจากห้องไปเท้าหนาก็เตะเข้ากับก้อนกระดาษเล็กบนพื้น ร่างสูงก้มลงเก็บมันขึ้นมาคลี่อ่าน

ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ขอให้คุณมีความสุขกับผู้หญิงที่คุณเลือก 

และเขาก็เลือกคุณ ลาก่อนรัฐภาค…

                                             สมานุช.

ข้อความเพียงไม่กี่คำ แต่ความหมายไม่สั้นเลย เขาพอจะเข้าใจแล้วว่าด้วยเรื่องอะไรนายหนุ่มถึงได้กลับมาเป็นไอ้ขี้เมา แล้วมันเรื่องอะไรกันล่ะ เธอถึงได้ตัดสินใจหนีจากไป ทิ้งไว้เพียงกระดาษแผ่นบางพร้อมข้อความที่เขียนสั้นๆ

“ผู้หญิงที่คุณเลือก ใครกัน? เธอต้องไปได้ยินหรือเห็นอะไรมาแน่” ฌอนตั้งข้อสังเกต เรื่องนี้คงต้องหาข้อพิสูจน์กันอีกแล้วสินะ

“… เอาจนได้นะคุณดอม” 

นึกเห็นใจทั้งเจ้านายและหญิงสาวผู้ผ่านเข้ามาในชีวิตของนายหนุ่ม เขาก็คงได้แต่ภาวนาขอให้ทั้งคู่กลับมาเคียงคู่กันเหมือนม้าคู่ใจของทั้งสองด้วยเถอะ

ไร่อัครัตน์…

เช้าของวันใหม่ที่แสนสดใส แต่กลับเป็นเช้าที่แสนหดหู่และน่าเบื่อที่สุดสำหรับสมานุช ร่างบางที่นั่งอยู่บนหลังม้าตัวสวยกำลังพาย้ำไปบนทุ่งหญ้ากว้างเขียวขจี พลันห้วนคิดไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมาอีกจนได้ น้ำตาใสพาลไหลออกมา

มันเป็นความผิดของเธอที่ปล่อยหัวใจดวงน้อยให้ไปหลงรักผู้ชายมักมากคนนั้น มือบางปาดน้ำตาออกอย่างไม่ใส่ใจนัก ควบม้าสาวหันกลับบ้าน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความแปลกใจระคนสงสัยเห็นร่างบางของเพื่อนรักนั่งเหม่อจิตใจหลุดลอยไปไกล พลางเดินเข้าไปหา

หญิงสาวหยุดยืนอยู่รอตั้งนานแต่เพื่อนก็ไม่สนใจจะหันมาเห็น มันเป็นอาการที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มีเรื่องกลุ้มใจอะไร เมื่อคืนตอนมาที่นี่ก็ไม่ได้เจอกัน เพราะมันดึกมากแล้ว

“นั่งเหม่อข้ามเขาไปกี่ลูกแล้วค่ะคุณหมอ”

“สมา…”

อังครินทร์เงยหน้าขึ้น ใบหน้านวลเบ้ปากจะร้องไห้ โผล่เข้าโอบกอดเพื่อนรักแน่น ร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั่น สะอื้นจนตัวไหวโยกอย่างน่าสงสาร

“เฮ้ย… แกใจเย็นก่อน เป็นอะไร ไหนเล่าให้ฉันฟังสิ” 

เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง น้อยเรื่องเหลือเกินที่คุณหมอสาวจะเอ่ยปากขอคำปรึกษา ถ้าไม่โดนเค้นเอาความจริง ไม่มีทางที่จะเปิดปากเล่า

“เขาไปแล้วสมา ไปแล้ว ฮึก ฮือ…” 

อังครินทร์สะอื้นหัดจนตัวโยก เล่าสิ่งที่กลัดกลุ้มใจที่กักเก็บเอาไว้ออกมา สมานุชยิ่งงงหนัก เพื่อนรักกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่

“ใคร? ไปไหน”

“คุณตฤณ เขาไปแล้ว” อังครินทร์น้ำตาหลั่งรินออกมาไม่ขาดสายอย่างห้ามไม่อยู่

‘ไปแล้วอย่างนั้นหรือ?’ 

สมานุชคิด อยากบอกนะว่าที่ไปหาพวกเขาวันนั้น คือเขาออกจากบ้านหลังนี้ไปแล้ว และที่สำคัญกว่าคือ เขาเอาหัวใจดวงน้อยของเพื่อนรักไปด้วย

“…แกใจเย็นก่อนนะยัยหมอ เขาอาจจะมีเหตุผลก็ได้”

“เหตุผลอะไร อย่ามาแก้ตัวแทนหน่อยเลย แกรู้ไหมเขาพูดว่ายังไง” กลืนก้อนสะอื้นลงคอไปแล้วบอกเพื่อนใหม่

“…เขาบอกว่าฉันเป็นแค่ผู้มีพระคุณ คนที่ช่วยชีวิตเขาเท่านั้น ไม่ได้คิดอะไรเกินเลย นี้นะหรือเหตุผลนะ…”

นึกโมโหเขาขึ้นมาอีกคน ผู้ชายนี่เป็นอะไรกันไปหมด เห็นผู้เป็นหญิงอย่างเราเป็นตัวอะไร คิดจะมาก็มา พอจะไปก็ทิ้งกันหน้าตายเฉย อย่าให้เจออีกนะ แม่จะขอฝากมัดสวยไว้บนหน้าให้หายแค้น

“โอเคๆ อย่างน้อยแกก็รู้แล้วว่าเขาไม่ได้คิดอย่างที่แกคิดกับเขา มันก็ดีไม่ใช่หรือไง” 

อังครินทร์สงสารเพื่อนจับใจ อกหักตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มบอกความในใจด้วยซ้ำ ซึ่งก็ไม่ต่างจากเธอนัก โดนกระทำเหมือนเป็นคนโง่ เกือบโดนเขาสวมเขาให้ไม่รู้ตัว

“ถ้าเจอหน้าอีกทีนะ ฉันจะเอาลูกตะกั่วยัดปากให้พูดกับใครไม่ได้ตลอดชีวิตเลยคอยดู …เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ ฉันไม่อยากฟัง” อังครินทร์พูดสวนขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนกำลังจะกล่าวอะไรออกมาอีก

“โอเคๆ ฉันไม่พูดก็ได้ แล้วนี่แกยังไปทำงานที่โรงพยาบาลอยู่หรือเปล่า” สมานุชจึงถามเรื่องงานของเพื่อนแทน

“ไม่ได้ไปแล้ว ฉันย้ายมาเป็นหมอประจำโรงพยาบาลที่เปิดใหม่บนดอยโน้น …อยู่ที่นั่นก็สบายใจดี ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นให้ปวดหัว ธรรมชาติก็งดงาม อากาศก็ดี ไม่มีมลพิษด้วย” 

ใบหน้าเนียนแลดูดีขึ้น เมื่อพูดถึงที่ทำงานใหม่ เธอไปเป็นแพทย์ประจำให้กับโรงพยาบาลที่เปิดให้กับคนยากไร้บนพื้นที่ห่างไกล

“ดีจัง ฉันอยากไปที่นั่นบ้าง”

“งั้นไปกันเลย วันนี้ฉันกะจะเข้าไปตรวจดูอาการของคนไข้อยู่พอดี” ขื่นอยู่ที่บ้านต่อก็คงไม่พ้นคิดเรื่องไอ้คุณทหารบ้านั้นอีกเป็นแน่

“สวรรค์ที่สุด ไปกันเถอะ”

สมานุชตื่นเต้นเป็นที่สุด เธออดอิจฉาเพื่อนไม่ได้ที่ได้ออกไปประกอบอาชีพที่รัก ส่วนเธอต้องออกมารับช่วงต่อจากบิดาและพี่ชายที่ด่วนจากไปเมื่อหกปีก่อน แต่ความรู้ก็ยังฝังอยู่ทุกอณูบนร่างกาย มันเป็นวิชาชีพที่เธอรักแม้จะไม่ได้เรียนจนจบก็ตามที

“คุณหมออังๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”

สองสาวที่เตรียมจะออกไปโรงพยาบาลหันไปทางสนามด้านหน้า และเห็นว่ามีคนงานวิ่งกระหืดกระหอบมาแต่ไกล จำต้องพับเก็บเรื่องที่จะไปตรวจคนไข้บนดอยเป็นวันอื่นแทน

“ใครเป็นอะไรจ้ะ” หมอสาวเอ่ยถาม

“มีคนงานตกต้นไม้จ้ะ หมอช่วยไปดูให้หน่อยจ้ะ”

“ได้จ้ะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ ไปยัยสมาไปใช้ความรู้กัน”

จากนั้นทั้งสองจึงก้าวเดินตามหลังคนงานไป แต่ยังไม่พ้นอาณาเขตบ้าน คนงานอีกคนก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา

“หมออังจ้ะ…”

“เดี๋ยวใจเย็นๆก่อน มีเรื่องอะไรวิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว”

“ช่วยเมียฉันด้วยจ้ะ มันเจ็บท้องจะคลอดลูก!”

“อะไรนะ! แล้วตอนนี้เมียล้ำอยู่ที่ไหน”

“มันนอนอยู่ที่บ้านทางท้ายไร่โน้นจ้ะ”

วันนี้คงเป็นวันที่เกิดเรื่องเยอะที่สุดตั้งแต่เธอกลับมา แทนที่จะเป็นวันที่พวกเธอได้หยุดพักผ่อน สองสาวรีบเดินตามคนงานที่มาตามทั้งสองคนไปที่จุดเกิดเหตุ

“แกไปดูคนงานที่ใกล้คลอดเถอะ ส่วนทางนี้ฉันจัดการเอง”

“โอเคได้ ไปนายล้ำ นำทางไปเลย”

แยกย้ายไปทำหน้าที่หมอ สมานุชได้ดูอาการเบื้องต้น จากที่สังเกตดูแล้ว บริเวณขามีอาการหนักที่สุดหรืออาจจะหักได้

“มาช่วยกันทางนี้หน่อยเร็ว” ร้องเรียกคนงานที่อยู่ใกล้ให้เข้ามาช่วยประคองคนเจ็บไว้ หาเศษไม้ที่จะมาช่วย ด้ามขาทั้งสองขาไว้ หลังจากที่พยาบาลเบื้องต้นเรียบร้อย

“ช่วยหาท่อนไม้ยาวๆ สักสองอันมาทำเปลชั่วคราวให้ที”

สมานุชหันไปบอกคนงานที่อยู่ใกล้ แล้วหันมาถอดเสื้อเชิ้ตตัวเองออกรวมกันของคนงานมามัดเป็นที่รองให้คนเจ็บ ก่อนจะมาห่ามคนเจ็บขึ้นรถนำส่งโรงพยาบาลให้ดูอาการต่อไป

“ลุงมิ่งจ้ะ ไปกับคนเจ็บนะ ได้เรื่องยังไงโทรกลับมาบอกด้วย สมาจะไปช่วยยัยอังทำคลอดก่อน” ร้องบอกหัวหน้าคนงาน

“ได้ครับคุณสมา …ไปพวกเราออกรถได้”

คนงานสองสามคนกระโดดขึ้นรถคอยดูแลคนเจ็บ ลุงมิ่งทำหน้าที่ขับรถคันใหญ่มุ่งหน้าออกจากไร่อัครัตน์ไปยังโรงพยาบาล

โปรดติดตามตอนต่อไป…

สั่งซื้อ EBook (เต็มเรื่อง) สำหรับวัยรุ่นใจร้อน ได้ก่อนใคร ตามลิงค์ด้านล่างเลยจ้า  

–> https://www.mebmarket.com/ebook-51191-ตามรักรัฐภาค-Men-Of-Lions <—

ฝากกด   ติดตาม / คอมเมนท์ เป็นกำลังใจให้ด้วยน้า ^^

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่…

เฟชบุ๊คแฟนเพจ :  รานีญา รัมย์ดาว Raniya

ขอบคุณทุกกำลังใจและการสนับสนุนทุกช่องทาง และ คอมเม้นท์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *